วันนี้เห็นหนังสือพิมพ์ลงหน้าหนึ่ง ประเด็นเรื่องซีดีเจ้าปัญหาของบัณฑิต อึ้งรังษี  เมื่อคืนก็เห็นทีวีออกข่าวอยู่แวบๆ

เห็นลงเว็บดราม่าด้วย http://drama-addict.com/?p=20271

ความจริงเราก็รู้เรื่องจากเฟซบุ๊คมาสักอาทิตย์กว่าละ

เรื่องของเรื่องก็คือ อัลบั้มใหม่ของบัณฑิต อึ้งรังษี "Heavenly Music ดนตรีจากสวรรค์" ซึ่งทั้งปกหน้าปกหลังก็เป็นรูปคุณบัณฑิตกำลังคอนดักต์ และภายในกล่องก็เป็นประวัติของคุณบัณฑิตทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

แต่เมื่อหยิบแผ่นซีดีออกมา ถึงจะพบว่า หลังแผ่นมีตัวหนังสือเล็กๆ ที่บ่งบอกว่า อัลบั้มนี้ไม่ใช่ผลงานการคอนดักต์ของคุณบัณฑิต แต่เป็นการบรรเลงของวง RFCM Symphony Orchestra (Royalty-Free Classical Music) คอนดักต์โดย Dr. Keith J. Salmon

RFCM หรือ Royalty-Free Classical Music "ดนตรีคลาสสิคปลอดค่าลิขสิทธิ์" เป็นเว็บไซท์ที่รวบรวมเพลงคลาสสิคให้ดาวน์โหลด (ความจริงก็ไม่ได้โหลดฟรีนะ รู้สึกจะต้องซื้อ)

เว็บไซท์ - http://www.royalty-free-classical-music.org/

 

ก็จริงว่าคุณบัณฑิตได้ให้เครดิตไว้ (ในส่วนที่ถ้าไม่ได้ซื้อมาแล้วแกะแผ่นออกก็จะไม่เห็น) แต่ว่าทั้งหน้ากล่อง หลังกล่อง ในกล่อง ล้วนเป็นภาพและประวัติของคุณบัณฑิต ซึ่งแม้ว่าทางบริษัทผู้ผลิตและคุณบัณฑิตจะบอกว่า อัลบั้มนี้คุณบัณฑิตเผยแพร่ในฐานะ "พรีเซนเตอร์" ไม่ใช่ "คอนดักเตอร์" บนกล่องก็บอกว่า "คัดสรร" โดยคุณบัณฑิต ไม่ได้บอกว่า "อำนวยเพลง" โดยคุณบัณฑิตสักหน่อย

ก็...คงต้องอยู่ที่วิจารณญาณของผู้บริโภค

ภาพหน้ากล่อง
ภาพหลังกล่อง
ภาพภายในกล่อง
ด้านหลังแผ่นซีดี
ซูมเข้าไป

(เครดิตภาพ - คุณทฤษฏี ณ พัทลุง)

ไม่ทราบว่าเรามองด้วยอคติส่วนตัวหรือเปล่า แต่เราว่ามันดูคล้ายจงใจให้เข้าใจผิด ที่บอกว่า "คัดสรร" นั้น เมื่อมองประกอบกับบริบทข้างเคียงแล้ว โดยปกติก็จะนึกถึง "คัดสรรมาคอนดักต์เอง"

อัลบั้มเพลงนั้น ปกติหน้าปกก็จะต้องบอกรายละเอียดของผู้ประพันธ์ และศิลปินผู้บรรเลง ไม่ว่าจะเป็นซีดีบันทึกเสียง บันทึกการแสดง หรือคอนเสิร์ตแสดงสด ก็จะต้องบอกถึงผู้ประพันธ์  ผู้แสดง ทั้งผู้แสดงเดี่ยว หรือวง และคอนดักเตอร์

คนที่เผยแพร่โดยที่ไม่ใช่ศิลปินผู้แสดงเองก็มีมากมาย ทั้งอาจารย์ ผู้จัดรายการ คนเขียนบทความ ฯลฯ เอาเพลงอะไรของใครมาเปิดให้ฟังก็ล้วนต้องบอกว่าเพลงอะไร ใครแต่ง ใครบรรเลง ใครคอนดักต์ ให้เกียรติแก่ผู้สร้างและผู้ถ่ายทอดผลงาน ตัวเองเป็นเพียงคนนำมาเผยแพร่

 

จะว่าไปก็คล้ายๆ กรณีมากมายในเน็ตนะ เห็นผลงานคนอื่นดีโดนใจ อยากเผยแพร่ ควรทำอย่างไร

เชื่อว่าทุกคนที่อ่านบล็อกนี้คงทราบดีแก่ใจ

 

และคุณบัณฑิตก็บอกว่าที่ทำนี้มีเจตนาเพื่อ...

"อยากจะเผยแพร่ดนตรีคลาสสิคให้เข้าถึงคนไทยทั่วไป"

แม่เจ้าโว้ย ฟังคุ้นๆ ไหมพี่น้อง orz

และยังบอกว่า "ในสื่อที่ออกไป ได้บอกอย่างชัดเจนว่า ตัวคุณบัณฑิตเองเป็น Presenter, Executive Producer แต่เป็น Conductor เฉพาะในบางเพลงเท่านั้น และเพลงที่คอนดักท์จะมีโน้ตไว้อย่างชัดเจน (แต่คอนดักท์ทุกเพลงในแผ่น Just Good Music)"

สื่อไหนวะ? ทีวี? หนังสือ? วิทยุ? รายการไหน เล่มไหน ไม่ยักบอก

ขอยกวาทะคุณทฤษฎีหน่อยเถอะค่ะ

"สื่อของคุณบัณฑิตไม่ใช่ประกาศภาวะฉุกเฉินของ ศอฉ.นะครับ ที่จะประกาศทีละสองครั้งและได้ดูทั่วกันทุกช่องทั้งประเทศ เกิดมาผมไม่เคยเห็นซีดีเพลงแผ่นไหนที่ ข้อมูลสำคัญ ไม่ได้เขียนบอกไว้บนแผ่น แต่กลับต้องให้ผู้บริโภคต้องมานั่ง “ตามสื่อ” แทน ถึงจะทราบข้อมูลที่ถูกต้องได้"

แถมในกล่องนี่ลงประวัติคุณบัณฑิตทั้งภาษาไทยภาษาอังกฤษ ให้เครดิตมากมาย กับการ "เอาผลงานของคนอื่นมาเผยแพร่"

 

คุณบัณฑิตยืนยันว่า "ไม่ได้ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์"

แต่มัน "สมควร" ไหม ด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ?

ตัวคุณบัณฑิตเองก็เคยได้รับรางวัลระดับนานาชาติ ไม่มีความภูมิใจที่จะเผยแพร่ "ฝีมือของตัวเอง" เลยหรืออย่างไร?

 

นอกจากอัลบั้มนี้แล้ว อัลบั้มอื่นของคุณบัณฑิต "ที่ไม่ได้ระบุว่าคุณบัณฑิตคอนดักต์เอง" ก็น่าสงสัยว่าจะนำมาจาก RFCM เหมือนกัน

http://trisdee.wordpress.com/2010/09/23/the-disappointing-truth/

และคุณทฤษฏีก็ได้ทดลองพิสูจน์ โดยการเทียบคลื่นเสียง ซึ่ง...ดูเอาเองเถอะนะ

 

ย้อนกลับไปที่ RFCM ในส่วนของ Terms and Conditions ซึ่งระบุว่า สามารถใช้ในธุรกิจได้ เช่น ประกอบในเว็บไซท์ ใช้เป็น BG วิดีโองานแต่ง หรือภาพยนตร์นักเรียน แต่ห้ามเผยแพร่ในเชิงพาณิชย์ เว้นแต่ว่าได้ซื้อลิขสิทธิ์ในเชิงพาณิชย์ (commercial license) และการใช้ในเชิงพาณิชย์นี้ก็ระบุว่า ในภาพยนตร์ โฆษณา รายการทีวีหรือวิทยุ

แต่บอกว่า ห้ามเอาไปจำหน่ายต่อ ในลักษณะที่เป็นตัวดนตรีเอง

เราเข้าใจว่า หมายถึงว่า สามารถเอาไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้แบบ ประกอบโฆษณา ประกอบหนัง อะไรพวกนั้น ไม่ใช่มาทำแผ่นขายเอาดื้อๆ อย่างนี้

http://www.royalty-free-classical-music.org/tac.php

You may not:

Use or allow my music to be used on YouTube or Facebook

* Trade in the music itself.
* Sell, lend or hire this music to anyone.
* Sell, lend or hire this music as part of your own library of music to your customers
* Edit this music, except to lengthen, shorten or extract sections.
* Give this music to anyone else.

อืม...

ตกลงประเด็น "ผิดหรือไม่" นี่ยังไงกันนะ ชักงงๆ

 

ตอนนี้เห็นว่าทางบริษัทผู้ผลิตและคุณบัณฑิตบอกว่า ถ้าเห็นว่าไม่ชัดเจน ก็จะแก้ไขให้ชัดเจนขึ้นต่อไปในอนาคต (ถ้าไม่โดนแฉก็คงไม่แก้ว่างั้น)

รู้สึกว่าจะทำสติกเกอร์แปะ ก็รอดูกันต่อไปว่าจะให้ความชัดเจนอย่างไร

 

 

ว่าแต่...จะมีใครมาพูดคำว่า "คนไทยด้วยกัน อย่าเหยียบย่ำซ้ำเติม" อีกไหมนะ

Amazing Australia II

posted on 16 Apr 2010 10:22 by pianocorner

มาต่อกันที่ภาคสองกั๊บผม...

พวกเราแสดงคืนวันที่ 4 เมษายน  งานที่เ่ล่นคือ 2010 Yamaha Australian National Band Championships  เป็นงานแข่งขันของวงดุริยางค์เครื่องเป่าของออสเตรเลีย จัดปีละครั้งช่วงอีสเตอร์นี่แหละ  โดยจะเวียนจัดไปในเมืองต่างๆ ผลัดกันเป็นเจ้าภาพ 

ที่เขาเชิญเราไปเล่นก็เป็น Gala Concert  คอนเสิร์ตนี้เรียกได้ว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ยาวที่สุดในชีวิตเลยทีเดียว  โปรแกรมเริ่มจาก Brass Band  แล้วก็เป็นวง Hobart Wind Symphony เล่น Lord of The Ring Symphony ของ Johan de Meij งานนี้ Johan de Meij มาคอนดัคท์เอง  (เพลงนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับดนตรีประกอบภาพยนตร์เรื่องลอร์ดออฟเดอะริงที่แต่งโดย Howard Shore นะคะ  คนแต่งแต่งเพลงนี้จากหนังสือ  และแต่งก่อนที่ปีเตอร์ แจคสัน จะเอาไปสร้างหนังหลายปี)  เพลงก็ยาวประมาณ 40 กว่านาที

หลังจากนั้นก็พักครึ่ง แล้วพอครึ่งหลังถึงจะเป็นวงพวกเรา  โปรแกรมยาวประมาณ 50 นาที  (ในความเป็นจริงก็ชั่วโมงนึงนั่นแหละ )

คอนเสิร์ตเริ่ม 2 ทุ่ม  จบที่รู้สึกจะประมาณ 5 ทุ่ม  จำได้แต่ว่ากว่าจะแพคเครื่องดนตรี อะไรต่ออะไรกันเสร็จ  กลับบ้าน ก็เกือบเที่ยงคืน...  (หมายเห็ด - บ้านโฮสต์ใ้ช้เวลาเดินทางจากฮอลล์ที่แสดงประมาณ 10 นาที)

อ้อ และวันที่ 4 เมษานี่  เป็นวันที่ประเทศออสเตรเลียเขาปรับเวลาพอดีแหละ  ที่เรียกว่ีา Daylight Saving Time เพราะประเทศเขาฤดูร้อนกับฤดูหนาวกลางวันกลางคืนจะต่างกันมาก  ก็เลยต้องปรับเวลาเพื่อให้ใ้ช้แสงอาทิตย์ได้คุ้มค่า

สรุปก็คือ ขาไป เวลาออสเตรเลียกับไทยต่างกันอยู่ 4 ชั่วโมง  ขากลับต่างกัน 3 ชั่วโมง  เดินทางรอบนี้ปรับเวลากันวันเว้นวันเลยทีเดียว

เนื่องจาก...พอแต่งตัวปุ๊บ อิฉันก็ทิ้งกล้องไว้ในกระเป๋า  เลยไม่มีรูปช่วงนั้นเลย  แต่ได้ข่าวว่าทีวีไทยออกข่าวไปแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (ไม่ได้ดู เศร้า  ช่วงนี้บิดายึดทีวี)  ยังเหลือมติชนค่ะ  ไม่รู้จะลงข่าววันไหน

 

วันหลังจากคอนเสิร์ตก็เป็นฟรีเดย์ 1 วัน  ซึ่งตอนกลางวันก็มีบาร์บีคิวปาร์ตี้เลี้ยง

ย่างเนื้อ

ขนมปัง

แล้วก็ใช้มีดชำแหละขนมปัง ยัดเนื้อเข้าไป ราดซอส

ซอสมีสามแบบให้เลือกค่ะ ไม่ใช่พวกซอสพริกซอสมะเขือเทศนะคะ  มีอะไรบ้างไม่รู้ ไม่รู้จัก  อันที่ใส่นี่รู้สึกจะเป็นฮันนี่มัสตาร์ด  หลายเสียงบอกว่าอร่อยสุด และหมดเร็วสุดด้วย หวาน ๆ หอม ๆ ดี

ขนาดผึ้งเกาะ

และมีอื่น ๆ อีกมากมายค่ะ สลัดมากมาย มีแซลมอนตัวโตๆ  ได้กินหอยเป๋าฮื้อด้วยล่ะ อร่อยม้ากกกกกก

ฟีลละม้ายซิซเลอร์...

สตรอเบอรี่

 

เยอะแยะมากมาย

ไอศกรีม+สตรอเบอรี่สดๆ  สุดยอดดดดดดดดดดดด =w=b

 

หลังบาร์บีคิวปาร์ตี้  ก็ได้ไปสวนสัตว์ค่ะ

ศูนย์วายร้ายบ่อณรงค์ (?)

เป็นเหมือนสวนสัตว์ป่า ที่มีพวกสัตว์พื้นเมืองอันขึ้นชื่อทั้งหลายของออสเตรเลียน่ะค่ะ  พวกที่ปรากฏเป็นของที่ระลึกทั้งหลาย  มาอยู่แบบตัวเป็นๆ

จ่ายค่าเข้าชมเสร็จ จะได้อาหารจิงโจ้มาคนละถุง

จิงโจ้เป็นสัตว์ที่เชื่องและคุ้นคนมากกกกกกกกกกก  พอล้วงอาหารออกมาป้อน จิงโจ้จะเข้ามากินถึงมือเลยล่ะค่ะ

ที่เห็นรั้วกั้นนี่คือตรงด้านหน้าสุดเลย  ความจริงมีทางเข้าค่ะ  หลังจากนี้ก็เดินเข้าไปข้างใน  ไปคลุกคลีเล่นหัวลูบหัวกอดรัดกับจิงโจ้ตามสบาย

ระยะประชิดของจริง  ไม่ได้ใช้ซูม

สุมหัว

มองไรยะ จิงโจ้จะนอน

 

ตามด้วยโคอาล่าค่ะ  เจ้านี่่อาจจะเรียกได้ว่าถ่ายง่าย เพราะมันอยู่นิ่ง  แต่ก็ยาก  เพราะว่าเข้าไประยะประชิดแบบจิงโจ้ไม่ได้ค่ะ  มีคอกล้อมไว้  ต้องซูมเข้าไป แถมหามุมถ่ายยาก เพราะมันแฝงตัวอยู่ในดงกัมทรี (ต้นยูคาลิปตัสนั่นแหละค่ะ ที่นี่เขาเรียกกัมทรี)