เจาะประเด็นโนดาเมะ(๑) - ว่าด้วยเรื่อง "ครู"
posted on 25 Nov 2007 14:28 by pianocorner in SpecialScoopก่อนอื่น หวังว่าท่านๆ คงได้อ่านได้ดูได้ชมเรื่อง Nodame Cantabile กันเป็นส่วนมากแล้ว ใครไม่รู้ว่าโนดาเมะคืออะไรจงกลับไปอ่านเอนทรี่ก่อนนี้เสียดีๆ หรือใครที่ยังไม่ได้หามาอ่านมาดูก็ไม่เป็นไร ไม่หักคะแนน
เอาล่ะๆ มาเข้าเรื่อง มีใครอ่าน (หรือดู) โนดาเมะแล้วชอบเอโต้ โคโซ "อาจารย์พัดโบก" บ้างไหม?
เราชอบแกนะ อันที่จริงในเรื่องนี้ก็มีครูเปียโนหลายคน หลายสไตล์ดี แต่ตาพัดโบกก็ค่อนข้างจะมีบทบาทมากที่สุด และมีจุดที่น่าสนใจอยู่หลายจุดทีเดียว
มาย้อนดูก่อนดีกว่า ว่าครูเปียโนในเรื่องนี้มีใครบ้าง
๑. เอโต้ โคโซ ตาพัดโบกที่รัก
๒. ทานิโอกะ
๓. อ.ฮานาซากุระ (คนที่สอนโนดาเมะตอนเด็กๆ)
๔. คุณครูริกะจัง คนนี้ปรากฏตัวอยู่ในตอนพิเศษท้ายเล่ม ๔ ของหนังสือการ์ตูน
เนื่องจากมีแต่ในเวอร์ชั่นคอมิค ขอเล่าเท้าความสักนิดแล้วกัน ตอนพิเศษของคุณครูริกะจังเป็นเรื่องตอนที่โนดาเมะเด็กๆ คาดว่าคงเป็นช่วงหลังจากเกิดเหตุกับอาจารย์ฮานาซากุระ เลยหนีไปเรียนกับครูริกะจัง เป็นตอนพิเศษที่อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่น น่ารักดี คือครูก็มีความหวัง มีความฝันถึงโรงเรียนดนตรีเล็กๆ เด็กๆ น่ารัก เต็มไปด้วยเสียงดนตรีพวก twinkle twinkle little star อะไรทำนองนั้น แต่ในความเป็นจริงกลับมีนักเรียนแค่สามคน เด็กผู้ชายทโมนที่เอาแต่จะเล่นเพลงประกอบละครยอดมนุษย์ เด็กผู้หญิงที่ขี้อาย และมีปัญหาคือนับจังหวะไม่ได้เลย และพอเล่นผิดก็จะตกใจ ประหม่า จนไม่เป็นอันเล่นอะไร และก็...โนดาเมะ ที่เพี้ยนและซกมกมาแต่เด็ก
ที่น่าสนใจในตอนพิเศษนี้คือมัยจัง เด็กที่มีปัญหาในการนับจังหวะ ครูริกะจังก็พยายามหาทางแก้ปัญหาโดยการให้เคาะคัสตาเน็ต (เครื่องดนตรีประเภทเครื่องเคาะอย่างหนึ่ง) แต่แล้วแม่ของมัยจังก็จะเอาลูกออก เพราะเห็นว่าเรียนมาตั้งนานลูกยังไม่เห็นจะเล่นได้เป็นเรื่องเป็นราวสักที ทีเด็กที่เรียนกับอ.ฮานาซากุระนั่นลูกเขาเก่งไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว
จุดนี้ก็แสดงให้เห็นถึงค่านิยมของผู้ปกครอง ที่ของไทยก็พบได้มาก คือให้ลูกเรียนนั่นเรียนนี่เพื่อให้พ่อแม่ไว้อวดคนอื่น เนี่ยนะลูกชั้นเล่นเปียโนเก๊งเก่ง เรียนบัลเล่์ต์ครูก็ชม เอ๊าะเหรอคะ ลูกเดี๊ยนเรียนไวโอลิน เนี่ยครูบอกอีกหน่อยอาจไปได้ถึงระดับโลก บลาๆๆ แล้วก็ชอบเอาลูกตัวเองไปเปรียบเทียบกับลูกคนอื่น โดยไม่ได้ดูตัวตนของลูกตัวเองเลย
และอีกแง่หนึ่งก็คือ ความไม่เข้าใจของผู้ปกครอง เด็กแต่ละคนนั้นมีความสามารถในการเรียนรู้ต่างกัน บางคนสามารถเรียนได้เร็ว บางคนเรียนได้ช้า พ่อแม่บางคนเห็นว่าลูกเรียนกับครูคนนี้มาตั้งนานไม่เห็นไปถึงไหน เปลี่ยนครูดีกว่า หรือบ้างก็คิดว่าลูกคงเรียนไม่รอดหรอก เลิกดีกว่า เรียนไปก็เสียเงินเปล่า
แต่จริงๆ แล้ว จุดที่สำคัญ ที่ริคาโกะ หรือครูริกะจังนั้นพยายามอยู่ตลอดเวลาก็คือ ให้เด็กๆ ได้เรียนอย่างมีความสุข สนุกและรักที่จะเรียนดนตรี ซึ่งเราก็ิคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการสอนดนตรีเด็ก ครูริกะจังนั้นก็เป็นสไตล์ของครูสอนดนตรีเด็ก คือสอนให้เด็กรักและสนุกกับดนตรีนั่นเอง
ต่อมาอาจารย์ทานิโอกะ ที่นักเรียนในคลาสนี้ถูกตั้งสมญาว่า "คอร์สเด็กบ๊วย" ไม่มีนักเรียนที่โดดเด่น ถ้าดูจากตอนที่สอนโนดาเมะ เขาก็ปล่อยให้โนดาเมะเล่นตามใจชอบ โนดาเมะแต่ง "สวีทขยุยศรี" หรือ "เพลงกายบริหารลมทวาร" เขาก็ช่วย เหมือนจะไปเรื่อยๆ ปล่อยให้นักเรียนไปตามธรรมชาติ ไม่บังคับเคี่ยวเข็ญหรือผลักดัน แต่ตอนที่จิอากิโดนย้ายมา เขาก็ช่วยให้จิอากิก้าวข้ามกำแพงของตัวเอง โดยการให้เล่นคู่กับโนดาเมะ ทำให้จิอากิได้เรียนรู้ถึงบางสิ่งที่เขาเคยมองข้ามไป นั่นก็คือ "จิตวิญญาณ" ของดนตรีนั่นเอง
ผ่านมาสองคน ฝ่ายครูใจดี ลองมาดูฝ่ายครูโหดบ้าง เริ่มจากอ.ฮานาซากุระ ครูที่ได้ชื่อว่าสร้างนักเปียโนที่มีชื่อเสียงหลายต่อหลายคน และก็เฉดหัวเด็กที่เขาลงความเห็นว่า "ไม่ได้เืรื่อง" ไปหลายคนเหมือนกัน เป็นครูโหดที่ทำให้โนดาเมะมีความหลังฝังใจอันเลวร้าย ในเวอร์ชั่นละครซีรี่ส์ อ.ฮานาซากุระโดนยัดบทตัวร้ายแบบเต็มๆ แต่ในหนังสือการ์ตูน ก็ยังพอเห็นความเป็นมนุษย์ของแกอยู่บ้าง เพราะครูสไตล์นี้ก็มีจริงๆ อย่างเหตุการณ์ที่หลอกหลอนโนดาเมะมาจนโตนั้น จากหนังสือการ์ตูนจะเห็นว่า ตัวอาจารย์เองแกก็เสียใจมากกับเืรื่องนี้ แต่โนดาเมะก็ไม่ยอมกลับไปเรียนอีก อันที่จริงโนดาเมะนั้นเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ แกจึงพยายามเคี่ยวเข็ญ หวังให้โนดาเมะได้ก้าวไปสู่ระดับโลก แต่วิธีการของแกนั้นไม่ดูความเหมาะสมกับตัวเด็ก จึงกลายเป็นส่งผลเสียต่อโนดาเมะ
สุดท้าย เอโต้ โคโซ คนนี้ก็เปิดฉากมาด้วยบทร้าย ไ่ม่เข้าใจจิอากิ เยาะเย้ยความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นคอนดักเตอร์ของจิอากิ และเราจะได้เห็นจากคำพูดของแกในช่วงนี้ว่า พัดโบกนั่นเป็นความภาคภูิมิใจของแก ว่าได้ "สร้าง" ลูกศิษย์มาหลายต่อหลายคนด้วยพัดนี้ แต่ในตอนหลัง เมื่อแกได้เห็นโนดาเมะเล่น Rachmaninov's Piano Concerto No.2 กับจิอากิ และตั้งใจว่าจะต้องสอนเด็กคนนี้ให้ได้ แต่ก็ถึงกับยอมทิ้งพัด ก้มหัวขอร้องโนดาเมะให้ยอมมาเรียนดีๆ
การทิ้งพัดนี่ก็บอกอะไรหลายอย่าง มันคือการทิ้งอัตตา ทิ้งสิ่งที่ตัวเองยึดมั่นมาตลอด เอโต้ยอมละทิ้งความเชื่อมั่นของตน และสอนโนดาเมะตามแบบของโนดาเมะ ยอมผ่อน ยอมยืดหยุ่น ถึงตอนแรกจะต้องหว่านล้อม หลอกล่อกันสารพัด แต่ในที่สุดแล้ว โนดาเมะก็ "ได้ดี" เพราะเอโต้นี่เอง
ถ้าลองตั้งคำถามว่า "ครูเปียโนที่ดีเป็นแบบไหน" เราว่าก็คงจะไม่มีคำตอบตายตัว เพราะการเรียนดนตรีนั้นเป็นการเรียนแบบตัวต่อตัว อิทธิพลของครูที่มีต่อนักเรียนและความผูกพันระหว่างครูกับนักเรียนนั้นสูงมาก ดังนั้น นอกจากความเป็น "ครูที่ดี" และ "นักเรียนที่ดี" แล้ว สิ่งสำคัญก็คือ ความเข้ากันได้ หรือ "แมทช์" กันหรือเปล่า ครูคนหนึ่งอาจสอนนักเรียนแบบหนึ่งได้ดี แต่ไม่เหมาะกับนักเรียนอีกแบบ หรือครูบางคนก็เหมาะสอนเด็กเล็ก อย่างครูริกะจัง ให้มาสอนในระดับมหาวิทยาลัยก็อาจไม่เหมาะ หรืออย่างเอโต้ ไปสอนเด็กเล็กเด็กก็คงเลิกเล่นดนตรีกันหมดพอดี
เรื่องโนดาเมะก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่แสดงให้เห็นความสำคัญของครูเปียโนอย่างชัดเจน ตอนอ.ฮานาซากุระนั้นก็ทำเอาโนดาเมะเืกือบจะเลิกเรียนเปียโนไปแล้ว ก็ไม่ใช่หมายความว่าเขาเป็นครูที่ไม่ดี เพราะเขาก็สามารถสอนนักเรียนอย่างเซงาวะ ยูโตะได้นานเป็นสิบปี แต่ถ้าถามความเห็นโดยส่วนตัว เราก็ค่อนข้างจะไม่ชอบครูแบบนี้ คือครูที่เลือกสอนเฉพาะนักเรียนที่ตนเห็นว่ามีแววเท่านั้น และเคี่ยวเข็ญนักเรียนไปตามแนวของตนโดยไม่ดูที่ตัวเด็ก
อ.เอโต้นั้นในตอนแรกก็มีความคล้ายคลึงกับอ.ฮานาซากุระ ตรงที่ยึดในแนวการสอนของตัวเอง ใครรับไม่ได้ก็ไม่้ต้องมาเรียน แต่เอโต้นั้นในภายหลังเมื่อต้องการจะสอนโนดาเมะก็ยอมเปลี่ยนตัวเอง และถึงตอนแรกๆ ที่โนดาเมะเรียนกับเอโต้ เราจะรู้สึกว่า "มันจะไปรอดเร้อ" แต่ที่สุดแล้ว โนดาเมะก็ได้ดี จนถึงกับได้ไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสก็ด้วยอ.เอโต้คนนี้เอง
แล้วอ.ทานิโอกะล่ะ ครูที่โนดาเมะรักและผูกพันมาก สอนแบบตามใจ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ตีกรอบ ไม่เคี่ยวเข็ญหรือผลักดัน ซึ่งก็ดูจะเหมาะกับโนดาเมะดี แต่มองในอีกแง่ เขาก็ไม่สามารถช่วยให้โนดาเมะได้ดึงพรสวรรค์ของตัวเองออกมาได้ ไม่สามารถส่งเสริมให้ไปได้ไกลเต็มที่ตามศักยภาพของนักเรียน แต่ถ้าจะว่าเขาเป็นครูที่ไม่ดีเท่าเอโต้ เราว่าก็ไม่ใช่้ เขาทำให้โนดาเมะเป็นโนดาเมะ ถ้าโนดาเมะเจอเอโต้แต่แรกเลยโดยไม่เคยเรียนกับทานิโอกะ โนดาเมะก็อาจไม่ใช่โนดาเมะอย่างที่เป็นโนดาเมะ หรือไม่ก็อาจเลิกเรียนไปเลย หรือบางทีก็อาจเก่งไปแต่แรกแล้ว ก็ไม่มีใครรู้ แต่ที่สำคัญคือ โนดาเมะก็รักอ.ทานิโอกะ และรู้สึกดีในช่วงเวลาที่ได้เรียนกับทานิโอกะนั่นแหละ
ตัวเราเองก็เคยเกือบจะเลิกเรียนเปียโนมาแล้วสองสามหน ครั้งแรกตอนเด็กๆเลย เจอครูแบบไม่ค่อยรู้เรื่อง ถามอะไรก็ตอบไม่ได้สักอย่าง เอาแต่คุยเรื่องเสื้อผ้าเรื่องแต่งตัวกะครูห้องข้างๆ จนเราเบื่อ เกือบจะเลิกเรียนแล้ว พอดีครูลาออก เปลี่ยนครูแล้วเจอครูดี คืออ.จักรกฤษ วิบูลเจริญ ที่สอนเด็กเก้าขวบยังกะสอนเด็กมหาลัย แต่ก็แมทช์กับเรา ทำให้เราสนุกและได้รู้ว่าดนตรีจริงๆแล้วมีอะไรมากมายแค่ไหน และเรียนมาจนถึงทุกวันนี้ได้ แต่ครูคนนี้้ถ้าเจอเด็กเล็กก็คงไม่เหมาะ เหมาะกับเด็กโตหน่อย เด็กที่สนใจมาเรียนจริงๆ ไม่ใช่พวกพ่อแ่ม่บังคับมาเรียน และก็นักเรียนแปลกๆ เพี้ยนๆ ทั้งหลาย (เราถือว่าค่อนข้างปกตินะ)
อีกสองครั้งนี่ตอนที่เริ่มเรียนดนตรีจริงจังแล้ว ไม่ใช่ครูไม่ดี แต่คงจะเป็นเพราะการสอนของครูไม่เหมาะกับเรา จนเครียดมากและคิดว่า แล้วเราจะมาเรียนดนตรีทำไม กลับไปเรียนอย่างอื่นดีกว่า แต่ก็ได้เปลี่ยนครูและได้ครูที่ช่วยเราได้ จนมาได้ถึงทุกวันนี้
บางคนเริ่มเรียนแล้วรู้สึกว่าเรียนไม่รู้เรื่อง หรือไม่สนุก บางทีก็เป็นปัญหาเพราะความไม่แมทช์กับครูผู้สอนนั่นเอง เหมือนคลื่นคนละความถี่ จูนไม่ตรงกันมันก็เข้ากันไม่ได้ ครูเป็นคนที่สำคัญมากๆ ในการเรียนดนตรี และการที่มีครูที่เหมาะกับตัวเราก็จะทำให้การเรียนมีความสุขอย่างยิ่ง ในขณะที่ถ้าเข้ากับครูไม่ได้ ก็เป็นความทุกข์อย่างยิ่งเ่ช่นกัน (จากประสบการณ์จริง)
ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับดนตรีค่ะ

ชอบ ชอบโนดาเมะ น่ารักมากๆๆ
และชอบเอนทรี่นี้นะ
เพราะ วิเคราะห์ครูสอนดนตรีในเรื่องได้เฉียบมจริงๆๆ
ชอบๆๆๆครับ
#1 By Boobyboil on 2007-11-25 20:01