ไม้บาตองกับนาย Lully...คีตกวีผู้ดับอนาถ
posted on 21 May 2008 11:46 by pianocorner in Historyหลายวันก่อนไปเจอประเด็นเรื่องการตายจากที่ไหนสักที่ แล้วก็เลยเกิดนึกถึงคีตกวีท่านหนึ่งคือ Lully ซึ่งก็นับว่าเป็นคีตกวีคนสำคัญคนหนึ่งของราชสำนักฝรั่งเศสในสมัยยุคบาโรค แต่ชื่อเสียงของ Lully ที่โด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้กลับไม่ใช่ผลงานที่สร้างในระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่ หากเป็นการตาย
การตายของ Lully เกี่ยวพันกับเรื่องราวของประวัติศาสตร์การอำนวยเพลง (conducting) และไม้บาตอง ชนิดที่เมื่อพูดถึงเรื่องของไม้บาตองหรือการอำนวยเพลง ก็มักจะต้องกล่าวถึงชื่อของ Lully ควบคู่กันไปด้วย ดังนั้น เอนทรี่นี้ขอนำเสนอเรื่องราวความเป็นมาของไม้บาตอง และนาย Lully แบบทูอินวัน ถือเป็นโปรโมชั่นรับเปิดเทอม
ไม้บาตอง (baton) ก็คือไม้ที่คอนดักเตอร์หรือวาทยกร(conductor)ใช้ในการอำนวยเพลง ที่เราได้เห็นกันทุกวันนี้ก็คือไม้สีขาวเล็กๆ เรียวๆ ที่คอนดักเตอร์ยืนโบกไปโบกมาอยู่หน้าวง แต่ในสมัยก่อนนั้นคอนดักเตอร์ยังไม่ได้มีบทบาทมากขนาดออกมายืนเด่นเป็นพระเอก และอุปกรณ์ที่ใช้ก็ไม่ใช่ไม้บาตองในแบบที่เราเห็นกัน

ยืมตัวท่านจิอากิมาเป็นนายแบบ ที่เห็นในมือขวานั่นคือไม้บาตองค่ะ
เมื่อครั้งโบราณกาลนั้น วงดนตรียังมีขนาดเล็ก บทเพลงก็ยังไม่ซับซ้อน การอำนวยเพลงจึงมีบทบาทสำคัญอยู่แค่การกำกับจังหวะ ให้สัญญาณเพื่อให้นักดนตรีเล่นพร้อมกันได้เท่านั้น ผู้ทำหน้าที่นี้ก็มักจะเป็นผู้เล่นฮาร์พซืคอร์ดหรือไวโอลินหนึ่ง ซึ่งบ่อยครั้งก็คือตัวผู้ประพันธ์เพลงเอง
การใช้ "ไม้บาตอง" กำกับจังหวะในสมัยแรกๆ นั้นก็คือการใช้ม้วนกระดาษฟาดกับโต๊ะ หรือใช้ไม้เท้ากระแทกกับพื้น ซึ่งได้ถูกวิจารณ์ว่าสร้างความรำคาญอย่างมาก (แต่ก็ยังเคาะกันต่อไป)
เอาล่ะ ได้เวลานาย Lully ออกโรง นายคนนี้ชื่อเต็มคือ Jean-Baptiste Lully มีชีวิตอยู่ในช่วงปีค.ศ. 1632-1687 Lully เกิดที่ประเทศอิตาลี ชื่อเดิมคือ Giovanni Batista di Lulli ในราวปลายปี 1652-ต้นปี 1653 เขาได้เข้าสู่ราชสำนักของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในฐานะนักเต้น เขาได้ประพันธ์บทเพลงสำหรับบัลเลต์ซึ่งพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 พอพระทัยมาก จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคีตกวีและเป็นผู้อำนวยเพลงของวงดนตรีประจำราชสำนัก
Lully ประพันธ์ดนตรีสำหรับบัลเลต์ไว้มากมายในช่วงสิบปีแรก ซึ่งทั้งตัวเขาเองและพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ก็เต้นด้วย แต่ต่อมาเมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เริ่มทรงพระแก่ เต้นไม่ไหว ก็เลยเริ่มหมดความสนพระทัยกับบัลเลต์ Lully จึงหันไปทางโอเปร่า และก็ยังคงได้รับความโปรดปรานจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 จนสิ้นชีวิต
ส่วนเหตุการณ์ประวัติศาสตร์อันทำให้ชื่อของนาย Lully เป็นที่กล่าวขานมาจนถึงทุกวันนี้ เรื่องมันมีอยู่ว่าในปีค.ศ.1687 Lully ได้ประพันธ์เพลงให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในโอกาสที่หายประชวร ในขณะที่ฝึกซ้อม Lully ซึ่งกำกับจังหวะโดยการเคาะไม้เท้าลงกับพื้นได้เกิดอุบัติเหตุ ไม้เท้าไปกระแทกนิ้วหัวแม่เท้าของตัวเองเข้า บาดแผลเกิดอักเสบกลัดหนองและลุกลาม...
...ดับอนาถ
.
.
.
สรุปก็คือ ดังเพราะตายอนาถนั่นแล
กลับมาที่เรื่องของไม้บาตอง ด้วยสาเหตุหลายประการ เช่น วงดนตรีมีขนาดใหญ่ขึ้น บทเพลงมีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้วาทยกรมีบทบาทสำคัญมากขึ้น และเมื่อถึงยุคโรแมนติค บทบาทของวาทยกรและไม้บาตองก็เริ่มเป็นที่ยอมรับกันแพร่หลาย ไม้บาตองมีวิวัฒนาการมาจนกระทั่งเป็นรูปแบบที่เห็นในปัจจุบัน (อาจเพื่อความปลอดภัย จะได้ไม่มีเหตุการณ์ไม้บาตองกระแทกเท้าตายอีก)
ทั้งนี้ วาทยกรบางคนก็ไม่ใช้ไม้บาตอง แต่อำนวยเพลงโดยใช้มือเปล่า ซึ่งผู้อำนวยเพลงของวงขับร้องประสานเสียงหรือวงดนตรีขนาดเล็กก็มักใช้มือเปล่าในการอำนวยเพลง
ไม้บาตองปัจจุบันมีความยาวตั้งแต่ประมาณ 10-24 นิ้ว ขึ้นกับความถนัดและสรีระของวาทยกรแต่ละคน
อนาคตน่าจะมีบาตองยิงเลเซอร์ได้เนาะ ไว้ใช้เวลาซ้อม นักดนตรีคนไหนไม่ตั้งใจก็ยิงเลย เปรี้ยงๆ ตูมๆ คงสนุกดี
^
โบกบาตงไปแล้วร้องว่าบิบบิดี้ บ๊อบบิดี้ บู ! (เด็กะ สับสนระหว่างนางฟ้าแม่ทูนหัวกะบาตงวาทยากร 555+)
ไว้อาลัยให้ Lully
โยนบอลให้เพราะเรื่องน่าสนใจมั่กๆ
#1 By จตุรดา shakri เทพหมี น้ำตาล on 2008-05-21 12:34