หลายวันก่อนไปเจอประเด็นเรื่องการตายจากที่ไหนสักที่  แล้วก็เลยเกิดนึกถึงคีตกวีท่านหนึ่งคือ Lully ซึ่งก็นับว่าเป็นคีตกวีคนสำคัญคนหนึ่งของราชสำนักฝรั่งเศสในสมัยยุคบาโรค  แต่ชื่อเสียงของ Lully ที่โด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้กลับไม่ใช่ผลงานที่สร้างในระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่  หากเป็นการตาย

การตายของ Lully เกี่ยวพันกับเรื่องราวของประวัติศาสตร์การอำนวยเพลง (conducting) และไม้บาตอง  ชนิดที่เมื่อพูดถึงเรื่องของไม้บาตองหรือการอำนวยเพลง ก็มักจะต้องกล่าวถึงชื่อของ Lully ควบคู่กันไปด้วย  ดังนั้น เอนทรี่นี้ขอนำเสนอเรื่องราวความเป็นมาของไม้บาตอง และนาย Lully แบบทูอินวัน ถือเป็นโปรโมชั่นรับเปิดเทอม

ไม้บาตอง (baton) ก็คือไม้ที่คอนดักเตอร์หรือวาทยกร(conductor)ใช้ในการอำนวยเพลง  ที่เราได้เห็นกันทุกวันนี้ก็คือไม้สีขาวเล็กๆ เรียวๆ ที่คอนดักเตอร์ยืนโบกไปโบกมาอยู่หน้าวง  แต่ในสมัยก่อนนั้นคอนดักเตอร์ยังไม่ได้มีบทบาทมากขนาดออกมายืนเด่นเป็นพระเอก และอุปกรณ์ที่ใช้ก็ไม่ใช่ไม้บาตองในแบบที่เราเห็นกัน


ยืมตัวท่านจิอากิมาเป็นนายแบบ  ที่เห็นในมือขวานั่นคือไม้บาตองค่ะ

เมื่อครั้งโบราณกาลนั้น วงดนตรียังมีขนาดเล็ก  บทเพลงก็ยังไม่ซับซ้อน  การอำนวยเพลงจึงมีบทบาทสำคัญอยู่แค่การกำกับจังหวะ ให้สัญญาณเพื่อให้นักดนตรีเล่นพร้อมกันได้เท่านั้น  ผู้ทำหน้าที่นี้ก็มักจะเป็นผู้เล่นฮาร์พซืคอร์ดหรือไวโอลินหนึ่ง ซึ่งบ่อยครั้งก็คือตัวผู้ประพันธ์เพลงเอง

การใช้ "ไม้บาตอง" กำกับจังหวะในสมัยแรกๆ นั้นก็คือการใช้ม้วนกระดาษฟาดกับโต๊ะ หรือใช้ไม้เท้ากระแทกกับพื้น  ซึ่งได้ถูกวิจารณ์ว่าสร้างความรำคาญอย่างมาก (แต่ก็ยังเคาะกันต่อไป)

เอาล่ะ ได้เวลานาย Lully ออกโรง  นายคนนี้ชื่อเต็มคือ Jean-Baptiste Lully มีชีวิตอยู่ในช่วงปีค.ศ. 1632-1687 Lully เกิดที่ประเทศอิตาลี ชื่อเดิมคือ Giovanni Batista di Lulli  ในราวปลายปี 1652-ต้นปี 1653 เขาได้เข้าสู่ราชสำนักของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในฐานะนักเต้น  เขาได้ประพันธ์บทเพลงสำหรับบัลเลต์ซึ่งพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 พอพระทัยมาก จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคีตกวีและเป็นผู้อำนวยเพลงของวงดนตรีประจำราชสำนัก

Lully ประพันธ์ดนตรีสำหรับบัลเลต์ไว้มากมายในช่วงสิบปีแรก  ซึ่งทั้งตัวเขาเองและพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ก็เต้นด้วย  แต่ต่อมาเมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เริ่มทรงพระแก่ เต้นไม่ไหว ก็เลยเริ่มหมดความสนพระทัยกับบัลเลต์  Lully จึงหันไปทางโอเปร่า และก็ยังคงได้รับความโปรดปรานจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 จนสิ้นชีวิต

ส่วนเหตุการณ์ประวัติศาสตร์อันทำให้ชื่อของนาย Lully เป็นที่กล่าวขานมาจนถึงทุกวันนี้  เรื่องมันมีอยู่ว่าในปีค.ศ.1687 Lully ได้ประพันธ์เพลงให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในโอกาสที่หายประชวร  ในขณะที่ฝึกซ้อม Lully ซึ่งกำกับจังหวะโดยการเคาะไม้เท้าลงกับพื้นได้เกิดอุบัติเหตุ ไม้เท้าไปกระแทกนิ้วหัวแม่เท้าของตัวเองเข้า บาดแผลเกิดอักเสบกลัดหนองและลุกลาม...

...ดับอนาถ

.

.

.

สรุปก็คือ  ดังเพราะตายอนาถนั่นแล

กลับมาที่เรื่องของไม้บาตอง  ด้วยสาเหตุหลายประการ เช่น วงดนตรีมีขนาดใหญ่ขึ้น บทเพลงมีความซับซ้อนมากขึ้น  ทำให้วาทยกรมีบทบาทสำคัญมากขึ้น  และเมื่อถึงยุคโรแมนติค บทบาทของวาทยกรและไม้บาตองก็เริ่มเป็นที่ยอมรับกันแพร่หลาย  ไม้บาตองมีวิวัฒนาการมาจนกระทั่งเป็นรูปแบบที่เห็นในปัจจุบัน (อาจเพื่อความปลอดภัย จะได้ไม่มีเหตุการณ์ไม้บาตองกระแทกเท้าตายอีก)

ทั้งนี้ วาทยกรบางคนก็ไม่ใช้ไม้บาตอง แต่อำนวยเพลงโดยใช้มือเปล่า  ซึ่งผู้อำนวยเพลงของวงขับร้องประสานเสียงหรือวงดนตรีขนาดเล็กก็มักใช้มือเปล่าในการอำนวยเพลง

ไม้บาตองปัจจุบันมีความยาวตั้งแต่ประมาณ 10-24 นิ้ว  ขึ้นกับความถนัดและสรีระของวาทยกรแต่ละคน

อนาคตน่าจะมีบาตองยิงเลเซอร์ได้เนาะ  ไว้ใช้เวลาซ้อม นักดนตรีคนไหนไม่ตั้งใจก็ยิงเลย เปรี้ยงๆ ตูมๆ คงสนุกดี

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

^
^
โบกบาตงไปแล้วร้องว่าบิบบิดี้ บ๊อบบิดี้ บู ! (เด็กะ สับสนระหว่างนางฟ้าแม่ทูนหัวกะบาตงวาทยากร 555+)

ไว้อาลัยให้ Lully
โยนบอลให้เพราะเรื่องน่าสนใจมั่กๆ Hot! Hot! Hot! Hot!
บาตองยิงเลเซอร์ได้...ไอเดียดีๆ แต่พี่เห็นภาพบาตองแห่งอนาคตเป็นเหมือนดาบเลเซอร์ของพวกเจไดเลย วาทยกรเป็นอัศวินเจไดไงไม่รู้


เรื่อง Lully อาจารย์พี่เคยบอกว่าสงสัยเป็นกรรมสนอง เพราะว่าแกหักหลังคนเขาไว้เยอะเหมือนกันเพื่อไต่เต้ามาสู่ความเป็นคนโปรดของพระเจ้าหลุยส์ที่สิบสี่ แกเลยตายเพราะ...บาตองของแก

ตอนเรียนวิชาCivilization พออาจารย์บอกว่าพระเจ้าหลุยส์ที่สิบสี่โปรดบัลเล่ต์ และทรงร่วมเต้นเสมอ (นัยว่ามันออกกำลังกายดีด้วย) อาจารย์เปิดรูปพระองค์ขึ้นมา ทั้งคลาสทำหน้าเบ้พากันผวาเลย

อาจารย์ชี้ "See, he got very fine legs, very good for dancing."

สีหน้านักเรียนสยองกันเป็นแถ๊ว

เอ้า รับดีๆนะหนูเอาไปห้า! พี่ชอบ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By KuRiKa on 2008-05-21 13:04

จะได้ไม่มีเหตุการณ์ไม้บาตองกระแทกเท้าตายอีก <<< ขำประโยคนี้มาก ๆ


Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
แจกดราก้อนบอล

#3 By แพนด้า500 on 2008-05-21 13:09

หักมุมมากมายกับเรื่องนี้
ชอบบล็อกนี้ทุกบล็อกเลย เขียนให้ได้อ่านเยอะๆนะครับ

#4 By landoa on 2008-05-21 14:55

โด่งดังด้วยประการฉะนี้ sad smile Hot!

#5 By PaePae on 2008-05-21 17:33

อนาถจริงๆ....

ว่าแต่คนสมัยก่อน อ่อนแอกันงี้เลยหรอ...

#6 By AluKarZ on 2008-05-22 02:50

เฮ้ย มันขึ้นไปหน้าแรกได้ไง - -"

เทพหมี - ทำงั้นเกิดนักดนตรีกลายเป็นหนูเป็นฟักทองไปจะทำไง

พี่แป๋ม - หักหลังนี่ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่แกไต่เต้าได้ถึงขั้นนั้น แถมรักษาตำแหน่งได้จนตาย(อย่างอนาถ) ก็คงต้องผ่านการขัดแข้งขัดขาล้มเก้าอี้มาโชกโชนอยู่แหละ แถมพอหลุยส์ที่ 14 ทรงพระเบื่อบัลเลต์ แกก็ไปชิงตำแหน่งทางโอเปร่ามาครองอีก คงต้องตบตีแย่งชิงกันพอสมควรแหละนะ

คุณแพนด้า500 - ขอบคุณค่า confused smile

คุณ landoa - ขอบคุณมากค่ะ big smile

คุณ PaePae - สมัยนั้นแกก็ใหญ่พอตัวแหละ แต่ถ้าเฮียแกตายดี ปัจจุบันอาจจะถูกโลกลืมไปแล้วก็ได้ค่ะ

คุณ AluKarZ - สมัยนั้นการแพทย์ยังไม่เจริญน่ะค่ะ แล้ว Lully แกขนาดเนื้อตายแล้วก็ไม่ยอมตัดนิ้ว แผลมันลามเลยเดี้ยง (บางตำราก็บอกว่าเป็นบาดทะยักค่ะ)

ปัจจุบันการแพทย์เจริญขึ้นมาก ก็หวังว่าคงไม่มีใครไปทำลายสถิติแกล่ะนะคะ

#7 By Liebestraum on 2008-05-22 09:41

กำลังซาบซึ้งกับชีวประวัติและความรุ่งโรจน์....แต่จบได้...โถ แผลก็ออกจะห่างจากหัวใจตั้งเยอะนะพ่อคุณ

บาตองเลเซอร์ ถ้ามีจริงคนคงเลิกเล่นออเคสตร้าเป็นแถวแหงๆ ฮาๆ

ได้ความรู้แถมอ่านสนุกมากเลย ขอบคุณนะคะ confused smile

Hot!

#8 By EGUANAฟ้าประทาน on 2008-05-22 11:35

เริ่มทรงพระแก่ --- ฮาconfused smile

#9 By คุณพู่ on 2008-05-22 13:19

ชอบมาก มี ทรงพระแก่ ด้วย
แต่ที่ชอบ มากๆ คือ ไม้บาตอง กระแทกหัวแม่โป้ง ตายHot! Hot! Hot!

#10 By -^คอราบ^- on 2008-05-22 13:42

ขอบคุณสำหรับประวัติค่ะ เพิ่งเคยได้อ่านเป็นครั้งแรกเลย เหอะๆ

เราว่าไม้เท้ากระแทกเท้าจนตายเพราะแผลลุกลาม เราเดาว่า Lullyอาจจะเป็นโรคเบาหวานนะ แต่สมัยก่อนมันไม่เจริญเหมือนสมัยนี้ พอเท้าเป็นแผล แผลก็เริ่มรุกรานอาการหนักจนรักษาไม่ได้ อะไรประมาณนี้ง่ะsad smile

#11 By [EniledA]-’๐ on 2008-05-22 13:54

ตายประหลาดมากครับ - -''

เพิ่งรู้ที่มา
คุณ EGUANAฟ้าประทาน - ขอบคุณ่ะ แหม บาตองเลเซอร์น่าสนใจออกค่ะ โดยเฉพาะวงระดับนักเรียน จะได้ฟังคอนดักเตอร์กันซะบ้าง
ป.ล. วันนี้เพิ่งได้อ่านโดฟาฟเนอร์ของคุณ Eguana (เพื่อนเอามาให้ดู) ชอบมากเลยค่ะ ^ ^

คุณพู่ - เอ่อ ติดมาจากพี่คนนึงค่ะ sad smile

-^คอราบ^- - ราชาศัพท์แปลกๆ ใช้จนติดแล้ว อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะคะ sad smile ส่วนเรื่องบาตองกระแทกเท้าตายนั่นเรื่องจริงค่ะ

[EniledA]-’๐ - เรื่องเบาหวานนี่ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ ไว้ไปค้นดูอีกที แต่เรื่องของเรื่องก็คือพอแผลอักเสบขึ้นมา หมอบอกให้ตัดแกไม่ยอมตัดแผลก็เลยลามน่ะค่ะ

PseudoMedicine - แปลกแต่จริงค่ะ อนาถจริงๆ หนอ

#13 By Liebestraum on 2008-05-22 19:48

เป็นการตายที่แบบว่า เหลือเชื่อนะคะ

ขอบคุณสำหรับสาระดีๆ ค่ะ ได้รู้ที่มาไม้บาตองแล้ว

#14 By General เบ๊ on 2008-05-22 20:50

ตายเพราะไม้บาตอง sad smile มันช่าง...
จะเห็นใจหรือว่าสมน้ำหน้าดีเนี่ย เหอ ๆ ๆ

เราเล่นทรัมเป็น จะตายเพราะว่าทรัมเป็ตฟาดหัวรึเปล่านะ?
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#15 By P-chan on 2008-05-22 21:08

เป็นไปได้นะคะ


อาจจะเป็นเบาหวานรึป่าว

แผลถึงได้หายยากจะติดเชื้อแบบนั้น


แต่ไงก็ สู่สุคติค่ะ

ยะถาวะระวะกา ปุราปะริ ปุเรนติ สาคะรังเอวะ เมวะ อิโตทินนัง เปตานังอุปปะกัปปะติ อิฉิตังปะถิง ตุมหังขิปปะเมวะสมิชันตุ จันโทปันนะระโส ยะถา มณีโชติระโส ยะะ ถาาาาาา สัพพี ติโยว เย้ย พอแล้วววquestion

#16 By ViLitt on 2008-05-22 22:53

เอ.. ในว็บนี้มี ชมรม เปียโน มั้ยครับ จะได้ไปทักทายบ้าง (หัดทำใหม่อ่ะ ไม่ค่อยรู้เรื่อง) มือเก่าเปียโนแต่มือใหม่ทำบล็อกง่า
Hot!
ข้อมูลละเอียดดีจัง

ตะ ตายอนาถจริงๆ^^! ไม่น่าเลยหนอ
แต่สมัยนั้นการแพทย์มันคงยังไม่ดีด้วยละนะ

#18 By mikan on 2008-05-24 00:57

คุณ General เบ๊ - อนาถจนเหลือเชื่อจริงๆ ค่ะ ขนาดตอนที่เราเรียนในวิชาคอนดักท์เพื่อนหลายคนยังทำหน้าไม่ค่อยอยากเชื่อเลย (ขนาดอาจารย์เป็นคนพูดนะนั่น)

คุณ P-chan - ง่า เวลาเป่าก็ระวังอย่ายกเครื่องสูงนักแล้วกันนะคะ เผื่อใครมาเดินชน sad smile

คุณ ViLitt - บางทีถึงไม่เป็นเบาหวานก็อาจจะเพราะดูแลความสะอาดแผลไม่ดีเลยติดเชื้อได้น่ะค่ะ ยังไงแกก็ตายไปสามร้อยกว่าปีแล้วล่ะ ป่านนี้คงไปผุดไปเกิดแล้วมั้งคะ ^ ^"

คุณปากริมไข่เต่า - เรื่องระบบคลับนี่ต้องถามมาสเตอร์แชมป์ เว็บมาสเตอร์ค่ะ แต่ตอนนี้ถ้าจะหาบล็อกที่ทำเรื่องเปียโนอื่นๆ ก็หาได้โดยใช้ระบบเสิร์ชหรือหาแท็กเอาค่ะ

คุณ mikan - ขอบคุณค่ะ ตายอนาถจริงๆ แหละนะ

#19 By Liebestraum on 2008-05-24 09:21

ที่นี่มีคนเล่นเปียโนมากกว่าที่คิดแฮะครับ 55 ไปแอบได้ยินมาว่าระบบคลับยังไม่เปิดเนอะ