ทำไมใคร ๆ ก็ใช้ Sibelius

posted on 07 Nov 2009 11:02 by pianocorner

เมื่อวันก่อน  พี่คนหนึ่งเที่ยวตามหาโปรแกรม Finale 2009 แทบจะพลิกแผ่นดินทั่วคณะ

และพบว่า ใคร ๆ ก็ใช้กันแต่ Sibelius

เราเองก็ใช้ Sibelius  ความจริงก่อนจะใช้ Sibelius ก็เคยใช้ Finale มาก่อน  แต่พอมาใช้ Sibelius แล้วก็ใช้แต่ Sibelius เรื่อยมา

อ้อ Sibelius ก็คือโปรแกรมพิมพ์โน้ตโปรแกรมหนึ่ง  Finale ก็เป็นอีกโปรแกรมหนึ่ง  และยังมีโปรแกรมอื่นอีกด้วย เช่น Encore

แต่ดูเหมือนว่า ผู้คนรอบตัวเราจะใช้กันแต่ Sibelius ทั้งนั้น

ปัญหาก็คือว่า โปรแกรมคนละโปรแกรมก็เหมือนใช้คนละภาษา คุยกันไม่รู้เรื่อง  Sibelius อ่านไฟล์ Finale ไม่ออก Finale เปิดไฟล์ Sibelius ไม่ได้  ปัญหามันจึงบังเกิดเมื่อได้ไฟล์มาเป็น Finale format  แต่ทั้งคณะมีแต่คนใช้ Sibelius

นอกจากนี้ ตามหลักสากลของพวกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทั้งหลาย  โปรแกรมรุ่นใหม่กว่าจะสามารถเปิดไฟล์จากโปรแกรมรุ่นเก่ากว่าได้  แต่โปรแกรมรุ่นเก่ากว่ามันจะเปิดไฟล์จากโปรแกรมรุ่นใหม่กว่าไม่ได้

แม้กระทั่งคอมในห้องคอม ก็มีแต่ Finale 2007 ซึ่งแน่นอนว่าเปิดไฟล์จากเวอร์ชั่น 2009 ไม่ได้

แต่ตรูจะเปิดไฟล์ Finale 2009 นี่ว้อยยยยย

ลองถามพี่กูเกิ้ล ว่าทำยังไงจะให้ไฟล์ Finale 2009 มันมาเปิดกับ Sibelius ได้  ได้คำตอบมาว่า ก็ export เป็นไฟล์ MIDI แล้วก็มาอิมพอร์ทเข้าไปใน Sibelius

ขอบคุณว่ะค่ะ  ก็ตรูหาอะไรมาเปิดไม่ได้ จะให้ export มันได้ยังไงฟระ

สรุป สุดท้ายพี่คนนั้นก็ไล่ถามไปจนเจออาจารย์ท่านหนึงที่มีโปรแกรม Finale 2009 และเปิดไฟล์ได้โดยสวัสดิภาพในที่สุด

เรื่องจริงเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า โปรแกรมคอมพิวเตอร์นี่มันวุ่นวายจริง ๆ ว่ะ

แค่เฉพาะ Sibelius ด้วยกันเอง ยังมีปัญหาเรื่องเวอร์ชั่น  ล่าสุดตอนนี้ออกเวอร์ชั่น 6 แล้ว

แต่เราและหลายคนยังใช้ 4  ห้องคอมที่คณะเป็น 5  เพื่อนบางคนมันยังใช้ 3

บางทีก็รู้สึกเหนื่อยกับการวิ่งตามเทคโนโลยีเหมือนกันนะ

ที่จริง Sibelius นี่ยังดี  เป็นโปรแกรมที่เรารู้สึกว่า  แต่ละเวอร์ชั่นที่ออกมาใหม่มันทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น  มีฟีเจอร์ที่ซัพพอร์ทการทำงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะการพิมพ์โน้ตเพลงร่วมสมัยที่มีพวกโน้ตหน้าตาประหลาด ๆ มากมาย  Sibelius 6 นี่เห็นชัดเลยว่าชีวิตจะง่ายขึ้นอีกเยอะ

ไม่เหมือนบางโปรแกรม เช่น Mxcxxsxft Wxxd  หรือ  Wxxxxxs Lxxx Mxssxxger (จะว่าไปมันของค่ายเดียวกันนี่หว่า) ที่ส่วนตัวแล้วเราเกลียดโปรแกรมเวอร์ชั่นล่าสุดอย่างแรง  มันดูรุงรัง อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะมากมาย  แต่ไอ้ที่ต้องใช้จริง ๆ หาไม่เจอ  ยิ่งอี Wxxxxxs Lxxx Mxssxxger หรือที่เรียกกันว่า Mxn ล่าสุดมันบังคับให้ต้องลงเวอร์ชั่นล่าสุดถึงจะใช้งานได้

เราจึงนั่งก่นด่ามันอยู่ในตอนนี้ โฮกกกกกก

~*~*~*~

เล่าแถม  Sibelius นี่ตั้งชื่อโปรแกรมตามชื่อของ composer ชาวฟินแลนด์ ชื่อ Jean Sibelius  และมีคนบอกมาว่า เสียงไตเติ้ลตอนเปิดโปรแกรมแต่ละเวอร์ชั่นนั้นเอามาจาก Symphony ของเฮียแก  คือโปรแกรม Sibelius 1 ก็เอามาจาก Symphony No.1  เวอร์ชั่น 2 ก็เอามาจากเบอร์ 2

ก็เลยลองเช็คดู พบว่าเสียงไตเติ้ลตอนเปิดโปรแกรม Sibelius 4 เอามาจาก Symphony No.4 จริง ๆ ด้วย  (ส่วนเวอร์ชั่นอื่น ๆ จำเสียงมันไม่ได้แล้ว) และตอนนี้โปรแกรมก็เป็นเวอร์ชั่น 6  ส่วนคุณ Sibelius แกแต่งซิมโฟนีไว้ 7 บท

ก็หวังว่าหลังจาก Sibelius 7 มันคงไม่เลิกพัฒนาโปรแกรมละกัน

(หรือว่ามันอาจจะเปลี่ยนชื่อโปรแกรมเป็น Amadeus  จะได้มีต่อได้อีก 40 กว่าเบอร์)

 

Comment

Comment:

Tweet

เราสามารถบันทึกเสียงเวลาเล่นโน๊ตเพลงในSibelius  6 ได้ยังไงครับembarrassed

#5 By pond (103.7.57.18|115.67.194.26) on 2013-03-27 18:15

ไมโครซอฟท์นี่แย่เน๊าะ
ออกเวอร์ชั่นอะไรให้มันงงขึ้นทุกทีๆ

บางทีเราก็ไม่ค่อยชอบใช้เวอร์ชั่นใหม่ๆ เหมือนกันนะ พวกโปรแกรมบันทึกเสียงต่างๆ นานา บางทีใช้แบบเดิมคล่องแล้วก็ไม่รู้จะใช้แบบใหม่ไปทำไม

ที่สำคัญคือ พวกโปรแกรมเวอร์ชั่นใหม่ๆ มักจะสร้างเซฟนามสกุลที่ต่างไปจากเวอร์ชั่นเดิมๆ (เช่นกีตาร์โปร เราใช้ประจำ) ไฟล์มันก็จะเปลี่ยนไปตามรุ่น เช่นกีตาร์โปร 3 มันก็จะผลิตไฟล์ฺสกุล .gp3 ออกมา ซึ่งมันจ๊อดมากหากที่บ้านมีแต่ GP3 แล้วไปได้ไฟล์ .gp5 มา ทางรอดเพียงหนึ่งเดียวคือ เสิร์ช โหลด และลงมัน OTL

แหะๆ ไม่ได้คุยนานเลยคอมเมนท์ยาวหน่อยนะฮะ พอดีแบบว่ากำลังหาข้อมูลเรื่องแฟนตาซีนิดหน่อย เลยตามไปเจอบล็อกเก่าๆ ที่เคยติดตามอย่าง fantastica แล้วก็ลิงค์มา dragonfly ตอนแรกก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะรู้มาว่าบล็อกนั้นปิดไปนานแล้ว แต่มาเอะใจอีกที ไปดูเอนทรีสุดท้าย อ้าว! บล็อกใหม่ของแมลงปอนี่คุ้นๆ นะ ฮ่าๆๆๆ ก็กลายเป็นเรื่องบังเอิญที่โลกกลมอีกเรื่องนึงแล้ว

#4 By +:~: - Chocohime - :~:+ on 2009-11-12 01:05

ปัญหาคือ หาไอ้ 3% ที่เราต้องการใช้ไม่เจออะค่ะ เจอแต่ 97% ที่ใครบางคนในมุมไหนสักมุมของโลกใช้ sad smile

#3 By Liebestraum on 2009-11-08 17:30

5555
มีเรื่องขำๆ(แต่เรื่องจริง) จาก MS ครับ
ช่วงออกโปรแกรมเวอร์ชั่นแรกๆ ทีมการตลาดได้รับมอบหมายให้ไปหาว่า มีฟีเจอร์อะไรบ้างที่ลูกค้าต้องการใช้ และโปรแกรมยังทำไม่ได้

หลังจากหายหัวไปทำวิจัย ทีมการตลาดกลับมาพร้อมกับฟีเจอร์อีกล้านแปด ลูกค้าแต่ละรายต้องการไม่เหมือนกันซักอย่าง และจนปัญญาไม่รู้จะกำหนดสเป็คเหมาะๆอย่างไร จึงตอบสนองกับลูกค้าแต่ละรายได้

ทางออกที่ MS เลือกใช้คือ ยัดมันลงไปให้หมด เหลือดีกว่าขาด ลูกค้าแต่ละคนก็จงใช้งานแค่ 3% ของความสามารถทั้งหมดไปก็พอ

อีก 97% น่ะ คุณไม่ได้ใ้ช้ แต่มีบางคนในโลกใช้(และดันไม่เหมือนเรา)sad smile

#2 By house on 2009-11-07 18:51

ขำตัวสุดท้ายอะครับ

(หรือว่ามันอาจจะเปลี่ยนชื่อโปรแกรมเป็น Amadeus จะได้มีต่อได้อีก 40 กว่าเบอร์)


ได้อีกยาวจริงๆ โมสาร์ท sad smile

อนึ่ง รังเกียจ mxn เช่นกันแลครับ sad smile

#1 By Zairen_Parodyme. on 2009-11-07 17:16