AboutPiano

วันนี้ไปซ้อมกับเปียโนที่จะใช้แข่งที่เกอเธ่มาค่ะ  ตกลงว่าเปียโนที่ใช้เป็น Yamaha รุ่น C9 คือยาว 9 ฟุต  หลายคนถือว่าเป็นข่าวดีที่ไม่ต้องรบกับ Bösendorfer ตัวประจำของเกอเธ่  ซึ่งได้ข่าวมาจากหลายคนว่าคุมเสียงยาก

การแข่งขันรายการ 8th Bangkok Chopin Piano Competition จะเริ่มพรุ่งนี้แล้วค่ะ  แต่ที่จริงแล้วกำหนดการจริงๆ น่ะเริ่มมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว  มันก็คือตารางซ้อมที่ให้ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนได้มาซ้อมกับเปียโนและสถานที่ที่จะใช้แข่งขันนั่นเองค่ะ  สำหรับรุ่นของเราก็ได้เวลาคนละหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ ที่คุณจะได้ครอบครองห้องแสดงนี้ วะฮะฮ่า

ตามปกติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตหรือการแข่งขันอะไร  ก่อนการแสดงก็จะต้องมีขั้นตอนที่เรียกว่า Sound Check หรือการซ้อมกับเวทีจริงเพื่อลองระบบเสียง เพราะอะคูสติกของแต่ละสถานที่ก็จะมีลักษณะแตกต่างกันไป ก็ต้องปรับการเล่นเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพของสถานที่  หรือถ้าเป็นวงดนตรีที่ใช้เครื่องดนตรีไฟฟ้า ก็ต้องลองเพื่อปรับอุปกรณ์และเครื่องขยายเสียงให้เหมาะสมค่ะ

แต่สำหรับเปียโนนั้น นอกจากจะเรื่องของสถานที่แล้ว  ก็ยังเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้เล่นจะต้อง "ทำความรู้จัก" กับเปียโนที่จะใช้ในการแสดงด้วยค่ะ  เพราะว่าเปียโนแต่ละหลังนั้นก็จะมีบุคลิก มีนิสัยต่างกันออกไป  ถึงจะเป็นเปียโนรุ่นเดียวกันบริษัทเดียวกัน  แต่เขาก็จะมีคาแรคเตอร์ของตัวเองกันค่ะ  และคนแต่ละคนก็จะเข้ากับเปียโนที่ต่างกันออกไป

เปียโนบางหลังนั้นมนุษยสัมพันธ์ดีค่ะ ไม่ว่าใครมาเล่นก็ตอบสนองดี ยินยอมพร้อมใจตามผู้เล่น เข้ากันได้กับคนส่วนมาก  แต่กระนั้นก็มีบางคนไม่ค่อยชอบค่ะ บางคนเขาชอบแบบขัดขืนนิดๆ ออกแนว SM หน่อยๆ  อุฮิ

ในทางกลับกัน เปียโนบางหลังก็ไม่ค่อยยอมเข้ากับใครง่ายๆ ค่ะ  หลายคนก็จะรู้สึกว่าควบคุมยาก ต้องรบกับเปียโนแบบนี้ก็เหนื่อยหน่อย  แต่บางคนกลับรู้สึกว่านี่แหละแบบนี้ที่ฉันต้องการก็มี เป็นเรื่องปกติค่ะ ลางเนื้อชอบลางยา

คาแรคเตอร์ของเสียงเปียโนแต่ละหลังก็ไม่เหมือนกัน  และแต่ละคนก็มีความชอบความถนัดไม่เหมือนกันค่ะ  บางคนชอบเปียโนเสียงลึกๆ  บางคนชอบเสียงใสๆ  บางคนชอบเสียงนุ่มๆ  ก็ว่ากันไป  น้ำหนักของคีย์ก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญค่ะ  บางคนถนัดคีย์หนักๆ บางคนถนัดคีย์เบาๆ

เสียงเปียโนที่ต่างกันนี้ นอกจากจะเป็นธรรมชาติโดยกำเนิดของเปียโนแต่ละหลังแล้ว  ยังสามารถปรับแต่งได้บ้างโดยช่างจูนค่ะ  น้ำหนักของคีย์ก็เช่นกัน สามารถปรับให้หนักเบาได้  ถ้าเป็นเปียโนที่บ้านก็ควรบอกช่างจูนว่าอยากได้แบบไหน เขาจะได้จัดให้ถูก  แต่ทั้งนี้ก็อย่างที่บอกว่ามันก็มีธรรมชาติ หรือ "สันดาน" ของมันอยู่ค่ะ  ถ้าจะปรับชนิดเปลี่ยนไปสุดขั้ว เปียโนผู้น่าสงสารก็อาจถึงขั้นเสียผู้เสียคนไปเลยก็ได้ค่ะ  ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจซื้อ ก็ควรลองเล่นดูให้แน่ใจว่าเราชอบคาแรคเตอร์ของเขาก่อนจะรับเขามาร่วมชีวิต  พอมาอยู่กันก็ปรับเข้าหากันบ้าง แต่ "ปรับ" ไม่ใช่ "เปลี่ยน" นะคะอย่าลืม

ทีนี้ปัญหามันก็อยู่ที่ว่า ได้เปียโนคู่ทุกข์คู่ยากมาอยู่ร่วมชายคาเรียบร้อยแล้ว เข้ากันได้ดี ชีวิตหวานชื่นแสนสุข  แต่ทีนี้ พอจะแสดงหรือจะแข่ง จะให้พาสุดที่รักที่บ้านไปก็ออกจะลำบากไปหน่อย  ตราบใดที่คุณยังไม่ใช่นักเปียโนระดับโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องความเอาแต่ใจอย่าง Horowitz หรือ Glenn Gould (แต่ก็ยังเป็นวีรบุรุษในดวงใจเรานะเออ) ที่จะขนเปียโนของตัวเองลงเรือทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก  คนเปียโนเราก็ต้องรู้จักทำตัวเป็นกิ้งก่า เป็นฝ่ายปรับตัวให้เข้ากับเปียโนของหอแสดงดนตรีแต่ละที่ที่ไปเล่นเองล่ะค่ะ

ดังนั้น ก่อนการแข่งเขาถึงต้องจัดให้มีเวลาที่จะมาทำความรู้จักและผูกมิตรกันเสียก่อนนั่นเอง  ในการแข่งขันรายการใหญ่ๆ ระดับนานาชาติ  ก็จะมีเปียโนหลายยี่ห้อให้เลือกค่ะ  อย่างเช่น Thailand International Piano Competition ที่ผ่านไปเมื่อต้นปี  ก็มีให้เลือกสามหลัง คือ Yamaha  Steinway และ Fazioli   ก่อนแข่งก็จะมีเวลาให้ผู้เข้าแข่งขันได้ลองและเลือกเปียโนที่จะใช้

แต่ทีนี้ เมื่อไม่ใช่การแข่งใหญ่โตระดับนั้น ก็ไม่ได้มีเปียโนให้เลือกค่ะ  ก็วัดดวงกันเล็กน้อยว่าเปียโนที่เขาจัดมาให้จะตอบสนองกับการเล่นของเราได้ดีไหม ถ้ามีปัญหาก็รีบปรับความเข้าใจกันซะในเวลาที่เขาจัดให้นั่นแหละค่ะ  แล้วมาเจอกันอีกทีก็ลุยไปด้วยกันเลย ตายเป็นตาย วะโฮ้ววว

อ้อ นอกจากเรื่องของแอคชั่น (กลไกการทำงานของส่วนคีย์เปียโน) แล้ว  pedal ก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ต้องทำความคุ้นเคยค่ะ  นี่คือเหตุผลที่เขาแนะนำให้ใส่รองเท้าที่จะใส่แสดงในการซ้อมกับเปียโน  เพื่อให้รองเท้าเรากับ pedal ซึ่งจะต้องใกล้ชิดกันชั่วระยะเวลาหนึ่งได้ทำความคุ้นเคยกันค่ะ  และอีกอย่างก็คือเก้าอี้ค่ะ แต่ละคนมีสรีระต่างกัน เก้าอี้ก็จะนั่งสูงต่ำไม่เท่ากันค่ะ  อันนี้ถ้าคนที่เล่นก่อนหน้ารูปร่างใกล้กันและมีความถนัดคล้ายๆ กัน  ก็โชคดีไปค่ะ บางทีก็ไม่ต้องปรับเลย นั่งลงปุ๊บเล่นได้ทันที  แต่ถ้าเจอแบบเราตัวสูงโย่งแต่คนก่อนหน้าตัวเล็กนิดเดียว บางทีก็ปรับกันมือหงิกเลยค่ะ  ยิ่งเก้าอี้เปียโนใหม่ๆ ยังฝืดๆ แข็งๆ อยู่  โอย แทบจะจุดธูปเซ่นกันเลยทีเดียว  โอม จงลงๆ  หรือ โอม จงขึ้นๆ อะไรก็ว่าไป

เรื่องนิสัยของเปียโนนี่ที่จริงมีให้เล่าเยอะแยะเลยค่ะ  ไว้โอกาสหน้าจะมาเล่าต่อนะคะ  ^ ^

แล้วพบกันใหม่ค่ะ