AboutPiano

เชื่อว่าทุกคนคงพอจะรู้จักเปียโนกันบ้างอยู่แล้ว ก็ไอ้ตัวที่มีคีย์ขาวๆ ดำๆ กดไปก็มีเสียงไง เปียโนเป็นเครื่องดนตรีที่รู้จักกันค่อนข้างแพร่หลาย เล่นดนตรีได้หลากหลายแนว เล่นได้ในหลายโอกาส (แต่เปิดหมวกเล่นข้างถนนออกจะลำบากสักหน่อย) และเสียงเปียโนก็เป็นได้ตั้งแต่กุ๊งกิ๊งๆ ฟังสบายๆ ผ่อนคลายอารมณ์ ไปจนถึงก้องกระหึ่มสะท้านฟ้าสะเทือนปฐพี

เรียกได้ว่าเปียโนเป็นเครื่องดนตรีเบสิคที่คนส่วนมากรู้จักชนิดหนึ่ง วันนี้เราจะพาท่านไปทำความรู้จักกับประวัติชาติกำเนิดและความเป็นมาของคุณเปียโนกันค่ะ

****************************

Liebestraum : สวัสดีค่่ะ เชิญแนะนำตัวเลยค่ะ

Piano : สวัสดีครับ ผม Pianoforte หรือที่รู้จักกันสั้นๆ ว่า Piano ครับ ชื่อผมจริงๆ แล้วมาจากคำว่า Clavicembalo col piano e forte อย่าเพิ่งตกใจครับ ไม่ใช่ภาษาต่างดาวหรอก เป็นภาษาิอิตาเลียน แปลว่า Harpsichord with soft and loud หรือฮาร์พสิคอร์ดที่เล่นเสียงเบาดังได้นั่นเองครับ

Liebestraum : แล้วทำไมถึงได้ชื่อนี้ล่ะคะ

Piano : คือแต่ก่อนเนี่ย บรรพบุรุษในตระกูลของผมจะทำช่วงเสียงดังเบาที่ต่างกันมากๆ ไม่ได้ครับ จะได้บ้างก็นิดหน่อย แต่ผมสามารถจะทำเสียงดังเบาได้ เขาก็เลยเรียกผมว่าเปียโนฟอร์เต หรือเอาแบบไทยๆ ก็เป็น นายดังเบา นั่นเองครับ

Liebestraum : รบกวนถามถึงชาติกำเนิดสักนิด ชื่อเป็นภาษาอิตาเลียนอย่างนี้ คุณเปียโนก็เป็นชาวอิตาเลียนหรือคะ

Piano : ครับ ผมเกิดที่อิตาลี คุณพ่อที่ให้กำเนิดผมเป็นชาวอิตาเลียนชื่อ บาร์โทโลเมโอ คริสโทโฟรี (Bartolomeo Cristofori) ครับ

Liebestraum : แล้วคุณเปียโนอายุสักเท่าไหร่แล้วคะนี่

Piano : อืม ผมเกิดช่วงประมาณต้นๆ ปีค.ศ.๑๗๐๐ น่ะครับ หรืออาจจะก่อนหน้านั้นนิดหน่อยก็ไม่กี่ปีล่ะครับ

Liebestraum : โห งี้ก็อายุสามร้อยกว่าปีแล้วสิคะนี่ คงผ่านอะไรมาเยอะเลยสิคะ พอจะเล่าให้ฟังได้บ้างไหม

Piano : แหม สามร้อยกว่าปี จะให้เล่ากันจริงๆ ก็ยาวนะครับ เอาคร่าวๆ แล้วกัน ตอนเกิดมาใหม่ๆ ก็ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักผมหรอกครับ มาเริ่มดังเอาก็มีแมวมองชื่อนายชิพิโอเน มาฟเฟอี (Scipione Maffei) เขียนบทความเกี่ยวกับตัวผมเผยแพร่ในปีค.ศ.๑๗๑๑ ผมก็เลยเริ่มเป็นที่รู้จักครับ

ในตอนแรกๆ หน้าตาของผมก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้เสียทีเดียวหรอกครับ มันก็ต้องมีการเจริญเติบโตพัฒนาการไปตามวัย อย่างตอนเด็กๆ ผมก็ตัวเล็กกว่านี้ แล้วสายก็บางกว่านี้ ก็เลยมีช่วงเสียงที่ยังไม่กว้างเท่าตอนนี้แล้วก็เสียงเบากว่าตอนนี้ด้วยครับ

คุณก็อตต์ฟรีด ซิลเบอร์มันน์ (Gottfried Silbermann) เป็นคนแรกที่ประดิษฐ์ damper pedal ให้ผม ก็คือคันเหยียบที่พอเหยียบแล้วจะยก damper หรือตัวหยุดเสียงออกจากทุกสาย ก็ยิ่งขยายขอบเขตสีสันให้กับผมมากขึ้นไปอีกครับ ทุกวันนี้ก็จะเห็นผลงานของคุณซิลเบอร์ัมันน์ได้ตามเปียโนทั่วไปทุกหลังครับ

พอมาถึงปลายศตวรรษที่ ๑๘ ที่เวียนนาก็นิยมสร้างพวกผมกันใหญ่ เปียโนเวียนนามีโครงสร้างเป็นไม้ มีสายโน้ตละสองเส้น และค้อนหุ้มด้วยหนัง ตอนนั้นเสียงผมก็ยังใสๆ เบาๆ กว่าตอนนี้ และตอนนั้นบางทีคีย์ของผมก็สลับสีขาว-ดำกับที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนะครับ คือคีย์ปกติที่เป็นสีขาวเนี่ย เมื่อก่อนเป็นสีดำ แล้วก็คีย์ที่ตอนนี้เป็นสีดำ เมื่อก่อนเคยเป็นสีขาวครับ สลับกันงี้เลยแหละ

หลังจากนั้น การปฏิวัติอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นก็ส่งผลต่อผมเหมือนกัน เช่นทำให้มีโลหะคุณภาพสูงที่ใช้ทำสาย และการคำนวณที่แม่นยำของการสร้างโครงเหล็ก การสร้างเีปียโนโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ นี้เริ่มที่อังกฤษโดยคุณ Broadwood และเมื่อมีโครงสร้างที่แข็งแรงขึ้น ผมก็เลยโตขึ้น ตัวใหญ่ขึ้น มีช่วงเสียงที่กว้างขึ้น แล้วทางเวียนนาก็สร้างตาม แต่แอคชั่นของสองสำนักนี้ก็ต่างกันชัดเจนอยู่ครับ ของ Broadwood ทางอังกฤษนั้นจะแข็งหนัก ในขณะที่ทางเวียนนาจะนุ่มนวลกว่า

จากทศวรรษที่ ๑๘๒๐ ศูนย์กลางการสร้างเปียโนก็ย้ายไปที่ฝรั่งเศส ในปี ๑๘๒๑ คุณเซบาสเตียง เอราร์ด์ (Sébastien Érard) ก็ประดิษฐ์แอคชั่นใหม่ใ้ห้ผม ซึ่งทำให้สามารถเล่นโน้ตซ้ำได้โดยที่ไม่้ต้องรอให้คีย์ขึ้นมาจนสุดก่อน ทำให้เล่นโ้น้ตรัวๆ ได้ยิ่งขึ้น แล้วจนถึงทุกวันนี้แอคชั่นที่คุณเอราร์ด์ประดิษฐ์ขึ้นมานี้ก็กลายเป็นมาตรฐานที่ใช้กับแกรนด์เปียโนครับ

เหนื่อยละ เอาเป็นว่าผมก็ค่อยๆ เติบโต มีพัฒนาการมาจนเป็นอย่างที่เห็นอยู่ทุกวันนี้แหละครับ

Liebestraum : ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ เราก็ได้รู้จักกับคุณเปียโนและเรื่องราวชีวิตโดยคร่าวๆ ของคุณเปียโนแล้วนะคะ พบกันใหม่คราวหน้าค่ะ สวัสดีค่ะ