SpecialScoop

ก็จบไป(หลายวัน)แล้วนะคะกับ 1st Thailand International Piano Competition เราก็ได้ดูตลอดรายการค่ะ ได้ดูการแข่งขันทุกรอบทุกคน และรายการของกรรมการ คือคอนเสิร์ตโดย  Dina Yoffe และ master class โดย Robert Palmer

การแข่งขันคราวนี้มีผู้มาร่วมแข่งขันจริง ๑๕ คนค่ะ ถอนตัวไปเยอะเหมือนกัน ตอนมาจับฉลากก็มี ๑๗ คน หมายเลข ๑-๑๗ แต่ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข ๔ วันแข่งจริงก็ไม่มา หมายเลข ๖ ก็ถอนตัว สรุปแล้วเหลือ ๑๕ คน  การแข่งขันรอบแรกนี้เพลงที่กำหนดคือ
- Prelude&Fugue ของ Bach
- Etude ๒ เบอร์ ของ Chopin Liszt Rachmaninov Scriabin หรือ Debussy โดย ๒ เบอร์ต้องเป็นของผู้ประพันธ์ต่างคนกัน
- เลือกอิสระ กี่เพลงก็ได้ ให้เวลาตามที่กำหนดละกัน
ทั้งโปรแกรมต้องมีความยาวไม่เกิน ๓๐ นาที

รอบแรกมีเหตุการณ์น่าช็อคเกิดขึ้น คือผู้เข้าแข่งขันหมายเลข ๑๑ ซึ่งเป็นคนสุดท้ายของวันแรก (การแข่งรอบแรกแบ่งเป็น ๒ วัน) ซึ่งเล่นแต่ละเพลงช้ามากกกกกกกกกกก นอกจาก Bach ที่ค่อนข้างปกติ นอกนั้นพี่แกเล่นจังหวะแบบว่า...เอิ่ม พี่ได้อ่านคำบอกจังหวะหรือเปล่าอะคะ ได้ข่าวว่ากรรมการถึงกับนั่งอึ้งกันเลยทีเดียว  คือถึงแม้ว่าปกติการที่ต่างคนจะเล่นจังหวะช้าเร็วต่างกันอยู่บ้างตามแต่การตีความมันก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่นี่มันเกินไปจริงๆ  แบบจังหวะเขากำหนดไว้ว่า "เร็วมาก" พี่แกก็เล่นเป็น "ช้ามาก" เสียอย่างนั้น ก็เลยได้เป็นที่กล่าวขานกันไป

จากรอบแรกก็มีคนผ่านเข้าสู่รอบรอง ๑๑ คน  (แน่นอนว่าไม่รวมคุณหมายเลข ๑๑ คนนั้น) แต่ถอนตัวไปอีก ๑ คน เหลือผู้แข่งขันรอบรองจริงๆ ๑๐ คน  รอบนี้เพลงที่กำหนดคือ Sonata ของ Beethoven ๑ บท  และเพลงในยุค Romantic หรือ Impressionist ความยาว ๔-๘ นาที ๑ เพลง  และมีเพลงบังคับ คือเพลง "ทวิลักษณ์" ประพันธ์โดย อ.อติภพ ภัทรเดชไพศาล หัวหน้าภาควิชาการประพันธ์ดนตรีที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ความน่าสนใจของรอบนี้ก็คือเพลงบังคับนี่แหละค่ะ  จริงๆ ตามที่ประกาศไว้คือเป็นเพลงที่แต่งขึ้นใหม่สำหรับการแข่งขันนี้ แต่ด้วยปัญหาบางประการ เพลงนั้นจึงไม่ได้ถูกนำมาใช้ แต่ใช้เพลงทวิลักษณ์ซึ่งแต่งไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เอามาแก้ไขใหม่เล็กน้อยแทน แต่อย่างไรก็ตาม ก็ถือว่าเป็นเพลงใหม่ ไม่เคยเห็นเคยได้ยินมาก่อน หาฟังก็ไม่มี ต้องศึกษาและตีความเองจากโน้ตเท่านั้น  และแต่ละคนก็ตีความออกมาแตกต่างกันไป  ก็สนุกและน่าสนใจดีที่ได้ฟังเพลงเดียวกัน ๑๐ รอบ ๑๐ แบบ  เราก็ไม่เคยรู้จักเพลงนี้มาก่อน ก็ได้ฟังจนจำได้เลย

นอกจากนี้ก็มีเพลงฮิต คือ Sonata in F minor Op. 57 'Appasionata' และ Sonata in D minor Op.31 No.2 'The Tempest' ซึ่งมีคนใจตรงกันเลือกเล่นเบอร์เดียวกัน ๓ คน ทั้งสองบท  ก็เลยได้ฟัง Appasionata ๓ รอบ และ Tempest ๓ รอบ  ซึ่งแต่ละคนก็เล่นไม่เหมือนกันเลย

แล้วจากรอบรองก็คัดเหลือ ๕ คนเข้ารอบชิง  คราวนี้ไม่เหลือคนไทยเลยค่ะ  ผู้เข้าชิง ๕ คนมีคนจีน ๒ คน รัสเซีย ๑ คน เกาหลี ๑ คน และมาเลเซียอีก ๑ คน  ในรอบชิงผู้เข้าแข่งขันจะต้องเล่นโปรแกรมเดี่ยวความยาว ๓๕-๔๐ นาที โดยเลือกเพลงเองแต่ต้องไม่ซ้ำกับรอบก่อนหน้ารวมทั้งรอบเทปด้วย  และต้องเล่น Concerto กับวง Thailand Philharmonic Orchestra (TPO) โดยคอนแชร์โต้ให้เลือก ๑ บทจาก ๓ บท คือ
- Mozart Concerto in D minor K466
- Beethoven Concerto No.3 in C minor Op.37
- Chopin Concerto No.1 in E minor Op.11
ปรากฏว่าผู้เข้ารอบชิงทั้ง ๕ คน มี ๔ คนที่เลือกเล่น Chopin และอีก ๑ คนเล่น Mozart ค่ะ  คนที่เลือก Beethoven ไม่เข้ารอบเลย เลยอดฟัง (แต่ได้ฟัง Chopin ๔ รอบ แทน [e4])

จริงๆ การแข่งคราวนี้มีเปียโนให้เลือก ๓ หลังค่ะ มี Steinway Yamaha และ Fazioli ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนจะได้เลือกว่าจะใช้เปียโนอะไรในการแข่ง  แต่พอถึงคอนแชร์โต้ เนื่องจาก Yamaha เป็นสปอนเซอร์ เลยบังคับว่าทุกคนต้องใช้ Yamaha ค่ะ  และใน ๕ คนนี้ ๓ คนใช้ Steinway มาแต่แรก ต้องมาโดนเปลี่ยนเอาตอนสุดท้าย เป็นเราคงเซ็งเหมือนกัน เพราะเปียโนแต่ละหลังนั้นจะมีโทนเสียง น้ำหนักของคีย์ การตอบสนองที่ต่างกันไป  การต้องมาเปลี่ยนเปียโนในรอบสุดท้ายก็ถือว่าเป็นความกดดันพอสมควรล่ะ

ก่อนถึงการแข่งรอบชิง ก็มีคอนเสิร์ตกรรมการและ masterclass  คอนเสิร์ตเล่นโดย Dina Yoffe ซึ่งเคยได้ที่ ๒ จากการแข่งโชแปงที่วอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ในปีเดียวกับที่ Zimermann ชนะเลิศค่ะ  ก็เป็นคอนเสิร์ตที่ประทับใจมากๆ เป็นสไตล์การเล่นที่ไม่ใช่นั่งฟังแบบลืมหายใจ แต่เป็นการเล่นที่นั่งฟังสบายๆ และมีความสุขกับเสียงดนตรีค่ะ  บางคนก็บอกว่าน่าเบื่อ แต่เราชอบล่ะ ผู้แสดงมีความสุขกับการเล่นจริงๆ คนฟังก็เลยมีความสุขกับการฟังไปด้วยค่ะ

ส่วน masterclass โดย Robert Palmer ก็ดีมากๆเลยค่ะ เรารู้สึกว่าการสอนของเขาเราสามารถเข้าใจได้ง่ายและชัดเจน  แต่คนเล่นมีถึง ๕ คนในเวลา ๓ ชั่วโมง  การสอนก็เลยค่อนข้างจะต้องรีบไปหน่อย

กลับมาที่การแข่งขันค่ะ  การแข่งรอบชิงมี ๓ วัน โดยวันแรกกับวันที่สองเป็น solo program และค่ำวันที่สองกับวันที่สามเป็น concerto  รอบคอนแชร์โต้นี่คนดูเยอะมากเลยค่ะ แทบหาที่นั่งไม่ได้เพราะมีบัตรจองด้วย

สนุกอีกแล้วค่ะ ได้ฟัง Chopin Concerto ๔ รอบ ๔ แบบ  ทั้งๆ ที่วงก็วงเดิมเล่น  แต่คนละคนเดี่ยวก็เปลี่ยนสไตล์ไปได้ค่ะ  ฟังกันจนได้ยิน Chopin Concerto วิ่งอยู่ในหัวไปหลายเพลาเลยทีเดียว

แล้วก็มาถึงการประกาศผล  สาวจีนสองคนได้ที่ ๑ กับที่ ๒ ไปครอง  ส่วนที่ ๓ ตกเป็นของสาวรัสเซียค่ะ  (พอประกาศว่าคนรัสเซียได้ที่ ๓ เราก็เดาได้เลยว่าใครได้ที่ ๑ ที่ ๒ แล้วก็เป็นไปตามคาดค่ะ) ดีใจกับผลการแข่งมากเพราะเชียร์คนที่ชนะมาตั้งแต่รอบแรกเลย  ชอบน้ำเสียงและสไตล์การเล่นของเขาค่ะ

โดยรวมแล้วเราก็ประทับใจกับงานนี้ค่ะ  ได้ประโยชน์ได้ประสบการณ์ดี  ได้มาเห็นคนเก่งๆ เขาเล่นกันสดๆ   แต่ก็ไม่รู้จะเล่าอะไรดี แหะๆ  ส่วนมากความรู้สึกเราก็จะพวกใครเล่นเป็นยังไง แต่ว่าแต่ละคนฟังแล้วก็คิดไม่เหมือนกัน บางคนชอบบางคนไม่ชอบ  เราเองประสบการณ์ในการฟังก็ยังน้อยอยู่ เลยยังไม่อยากเอามาเขียนค่ะ


*************************


เล่าแถมอีกนิด เหตุการณ์ที่เรียกว่าเสียค่าโง่ ก็เอามาเล่าสู่กันฟังเป็นอุทาหรณ์ให้คนอื่นๆแล้วกันค่ะ  คือตอนที่เป็นรอบคอนแชร์โต้ ก็มีร้านมาตั้งขายซีดี  พอดีวันสุดท้ายเราก็แวะเข้าไปดู เจอแผ่นที่กำลังอยากได้อยู่พอดี แล้วพอดีวันสุดท้ายพ่อแม่เราไปรับ เพราะขนของกลับบ้าน (ตอนช่วงแข่งไปอยู่หอค่ะ) ก็เลยพาแม่มาดู จะขอให้แม่ซื้อให้นั่นแหละ  คนขายก็แบบว่า..จับแผ่นไหนก็ "โอ้ แผ่นนั้นสุดยอดเลยครับ" "แผ่นนั้นก็สุดยอดครับ" "นั่นสุดยอดของสุดยอดเลยครับ" คือสุดยอดไปหมด  แล้วก็มีหนังสือ ประมาณว่าเขียนเกี่ยวกับเพลง แกก็เอามาเปิดๆ อวดๆ ว่าเนี่ยแกเขียนเรื่องนั้นเรื่องนี้ไว้ แกแนะนำตัวว่าชื่อ ดร.สมนึก  จำนามสกุลไม่ได้  เราก็ไม่ได้สนใจฟังแกเท่าไหร่เพราะฟังๆไปแล้วค่อนข้างรู้สึกว่าติดจะขี้โม้ (พ่อกับแม่บอกเหมือนเมาๆ)

เราก็ดูๆแผ่นไป ก็มีน่าสนใจเยอะอยู่แต่ยังไม่ได้อยากได้อะไร สุดท้ายก็เลยตัดสินใจซื้อแผ่นที่กำลังอยากได้อยู่แต่แรก ซึ่งเราก็ไม่ได้ถามราคาก่อน เพราะคิดว่าก็คงราคาเท่าๆกับแผ่นซีดีปกติ  ปรากฏว่าพอจะจ่ายเงิน เขาก็บอก พันเจ็ด  แทบเป็นลมเลยค่ะ  มันเป็นแบบสองแผ่นน่ะ ซีดีสองแผ่นพันเจ็ด  โอ้ แม่เจ้าประคุณรุนช่องเอ๊ยยยยยย  อีตาดร.สมนึกแกก็บอก แผ่นเยอรมันแท้ครับ เนี่ยผมแทบไม่ได้กำไรเลย  ไม่ยอมลดด้วย  สุดท้ายก็เลยเสียไป  พร้อมกับเจ็บใจตัวเองว่าทำไมไม่ถามราคาเสียก่อน(วะ) ก็นึกไม่ถึงน่ะนะ  เอาเถอะ ก็ถือเสียว่ากำลังอยากได้อยู่ ไม่งั้นไปหาซื้อทีหลังค่ารถก็เป็นร้อยเหมือนกัน  แล้วไหนลองดูไอ้ที่โฆษณานักหนาแผ่นเยอรมันแท้ครับนั่นมันแปลกประหลาดกว่าซีดีปกติตรงไหน ขนาดของ CD Warehouse ที่เป็น imported ยังไม่แพงขนาดนี้เลย

ปรากฏว่ากลับมาถึงบ้าน ก็แกะห่อจะเปิดฟัง  เปิดกล่องก็เอ๊ะ ทำไมกล่องมันดูก๊อกๆแก๊กๆ ชอบกล  ยังกะที่ซื้อแถวคลองถม ไม่เหมือนพวกกล่องซีดีของแท้ทั่วไปที่จะค่อนข้างทนทาน  ดูที่ตัวแผ่น เอ๊ะ ทำไมมันเป็นขาวดำ ดูไปก็ละม้ายแผ่นก๊อปไม่มีผิด  โดนหลอกแหงๆเลยตรู

ก็เลยเอามาเล่าด้วยความเจ็บใจตัวเอง  และก็เตือนผู้ที่นิยมซื้อซีดีเพลงคลาสสิค (รวมทั้งซื้อของอื่นๆด้วยแหละ ประยุกต์ใช้ได้เหมือนกัน)ว่าอย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน  เราประมาทเพราะซื้อที่มาขายในคณะ คิดไม่ถึงจริงๆว่าจะเจอแบบนี้ในคณะตัวเอง เฮ้อ...  เขาบอกว่าเขาไม่มีร้านขายที่ไหน มาขายเวลามีคอนเสิร์ต TPO แค่นั้น  เพราะฉะนั้น ใครไปดูคอนเสิร์ต TPO เจออีตาดร.สมนึกนี่เข้า หลีกให้ไกล อย่าไปซื้อ  ...ด้วยความปรารถนาดี จากคนที่โง่ไปแล้ว